Category: บทความ
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
ใครที่เคยไปตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจผลเลือด หัวข้อหนึ่งที่ควรจะศึกษาทำความเข้าใจ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของตนเอง รวมถึงคนที่คุณรักคือเรื่องของ “คอเลสเตอรอล” เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า คอเลสเตอรอลสูงคืออะไร และคอเลสเตอรอลสูง คือเท่าไหร่ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าคอเลสเตอรอลสูง อาการที่สังเกตได้เป็นอย่างไร หรือในบางคนอาจยังไม่ทราบว่าตัวเองคอเลสเตอรอลสูง ควรกินอะไร วันนี้บทความของเราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเรื่องคอเลสเตอรอล พร้อมกับไขข้อสงสัยนมอัลมอนด์ ลดคอเลสเตอรอลจริงหรือไม่ มาอ่านเพื่อเป็นความรู้ในการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องต่อไป คอเลสเตอรอล คืออะไร ดีหรือไม่ดีต่อร่างกายกันแน่? คอเลสเตอรอล คือไขมันชนิดหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานปกติของร่างกาย มันถูกผลิตโดยตับและสามารถพบได้ในอาหารบางชนิด เป็นไขมันที่มีความสำคัญต่อกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงการผลิตฮอร์โมน วิตามินดี และกรดน้ำดีที่ช่วยในการย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม การมีคอเลสเตอรอลสูงเกินไปในกระแสเลือดสามารถนำไปสู่การสะสมของคราบพลัคในหลอดเลือดแดง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด อาจทำให้มีค่าความดันสูงได้ คอเลสเตอรอล มีอะไรบ้าง คอเลสเตอรอลมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ 1. LDL (ไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ) หรือที่เรียกว่าคอเลสเตอรอล “ไม่ดี” คอเลสเตอรอล LDL ถือว่าไม่ดีเพราะสามารถนำไปสู่การสะสมของคราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือดแดง 2. HDL (ไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง) หรือที่เรียกว่าคอเลสเตอรอล “ดี” เพราะช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากกระแสเลือด สิ่งสำคัญคือต้องรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในร่างกายให้แข็งแรง ซึ่งทำได้โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ และในบางกรณีที่คอเลสเตอรอลสูงต้องรับประทานยาที่แพทย์สั่ง คอเลสเตอรอลสูง คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร คอเลสเตอรอลสูงหรือที่เรียกว่าไขมันในเลือดสูง คือภาวะที่มีคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดมากเกินไป มีปัจจัยสาเหตุหลายประการที่สามารถนำไปสู่ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายสูง ได้แก่ 1. อาหาร การบริโภคอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์สูง เช่น อาหารทอด อาหารแปรรูป และเนื้อสัตว์ติดมัน สามารถเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลได้ 2. ไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล HDL ไขมันดี และลดระดับคอเลสเตอรอล LDL ไขมันไม่ดี 3. พันธุกรรม บางคนอาจสืบทอดยีนที่ทำให้พวกเขามีระดับคอเลสเตอรอลสูง โดยไม่ได้มาจากอาหารและวิถีชีวิตของพวกเขา 4. อายุและเพศ เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ระดับคอเลสเตอรอลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีคอเลสเตอรอลสูงมากกว่าผู้หญิง 5. โรคประจำตัว โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ และโรคไต อาจมีส่วนทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงได้ คอเลสเตอรอลสูง อาการเป็นอย่างไร คอเลสเตอรอลสูงมักไม่มีอาการที่สังเกตได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเรียกมันว่าภาวะ “ภัยเงียบ” คนส่วนใหญ่พบว่าตนเองมีคอเลสเตอรอลสูงจากการตรวจเลือดตามคำสั่งของแพทย์ ในบางกรณี บุคคลที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูงมากอาจเกิดตุ่มสีเหลืองขึ้นบนผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่เรียกว่าแซนโทมัส สิ่งเหล่านี้คือไขมันสะสมที่สามารถเป็นสัญญาณของระดับคอเลสเตอรอลสูง อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ที่มีคอเลสเตอรอลสูงจะไม่มีอาการทางร่างกาย การตรวจระดับคอเลสเตอรอลเป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีปัจจัยเสี่ยงของคอเลสเตอรอลสูง เช่น ประวัติครอบครัวเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลสูงหรือโรคหัวใจ มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน มีความดันโลหิตสูง หรือไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ออกกำลังกาย หากคุณมีข้อกังวลเกี่ยวกับระดับคอเลสเตอรอล ให้ปรึกษาแพทย์ของคุณเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองคอเลสเตอรอลและวางแผนจัดการระดับคอเลสเตอรอลหากจำเป็น คอเลสเตอรอลสูง คือเท่าไหร่ คอเลสเตอรอลสูงมักถูกกำหนดให้มีระดับคอเลสเตอรอลรวมตั้งแต่ 240 มก./ดล. หรือสูงกว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าระดับคอเลสเตอรอลเป้าหมาย อาจแตกต่างกันไปตามสุขภาพโดยรวมของแต่ละคนและปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ นอกจากคอเลสเตอรอลรวมแล้ว ระดับคอเลสเตอรอลอื่น ๆ ที่สำคัญในการตรวจสอบ ได้แก่ คอเลสเตอรอล LDL (มักเรียกว่าคอเลสเตอรอล “ไม่ดี”) คอเลสเตอรอล HDL (มักเรียกว่าคอเลสเตอรอล “ดี”) และไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันชนิดอื่นใน กระแสเลือด) สิ่งสำคัญคือต้องมีการตรวจคัดกรองคอเลสเตอรอลเป็นประจำเพื่อติดตามระดับตัวเลขเหล่านี้ และทำงานร่วมกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพเพื่อพัฒนาแผนสำหรับการจัดการระดับคอเลสเตอรอลหากจำเป็น คอเลสเตอรอลสูง ควรกินอะไร…
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
ncds คืออะไรกันแน่ และมันอันตรายแค่ไหน? คงเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนคงสงสัยและอยากรู้ว่าเจ้าโรคกลุ่มนี้มันคืออะไรกันแน่ ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่มาจากพฤติกรรม แล้วพฤติกรรมที่ว่าคือพฤติกรรมอะไรบ้าง ซึ่งหากพูดง่าย ๆ ก็คือ โรคที่มาจากพฤติกรรมเสี่ยงของเรา เช่น กินอาหารที่มีไขมันเยอะ ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่บ่อย ๆ ส่งผลให้เป็นโรคหลอดเลือดในสมอง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากที่ได้กล่าวไปแล้ว ก็อาจทำให้ผู้อ่านพอจะเริ่มนึกออกแล้วว่าโรคในกลุ่ม NCDs คืออะไรบ้าง แต่ทุกคนทราบหรือไม่ว่าทุกคนสามารถรับประทานอาหารเมนูง่าย ๆ อย่าง “โยเกิร์ต” เพื่อป้องกัน NCDs ได้ด้วย ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไร Butterfly มีคำตอบ ทำความรู้จัก “โรค NCDs” ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เป็นโรคพฤติกรรมที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ โรค NCDs หรือ non-communicable diseases เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งจะมีการดำเนินโรคอย่างช้าๆ ค่อยๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีอาการของโรคแล้วมักจะเกิดการเรื้อรังของโรคด้วย จึงอาจจัดว่าโรค NCDs เป็นกลุ่มโรคเรื้อรังได้ โรค NCDs เกิดจากอะไร เนื่องจากการใช้ชีวิตประจำวันของเราในปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นมากมาย จนทำให้เรามีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง รวมถึงการรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย และ รับประทานอาหารรสหวานจัด เค็มจัด หรือแม้กระทั่งอาหารที่มีไขมันสูง สิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้เกิดภาวะอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุที่จะนำไปสู่โรคต่างๆได้ง่าย เช่น เกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองซึ่งอาจจะตีบหรือแตกได้ นอกจากนี้ การสูบบุหรี่เป็นประจำ ก็จะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง รวมทั้งโรคมะเร็งต่าง ๆ ได้ และเมื่อนำมาประกอบความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอรวมกันและสะสมเรื้อรังไปนาน ๆ ก็นำไปสู่การเกิดกลุ่มโรค NCDs ขึ้นได้ ซึ่งก็จะทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคสูง รวมทั้งบางโรคยังรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ NCDs มีกี่กลุ่ม อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าโรคในกลุ่ม NCDs เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต การกิน การนอน การพักผ่อน การออกกำลังกาย และการทำงานต่าง ๆ และสามารถแบ่งออกได้เป็น 7 กลุ่มโรคด้วยกัน ซึ่งก็เป็นโรคที่พบมากในคนไทยอีกด้วย โรค NCD มีอะไรบ้าง สำหรับ 7 โรคในกลุ่มโรค NCDs ที่พบมากในคนไทย ได้แก่ 1. โรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่วัดระดับความดันโลหิตได้มากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 mmHg 2. โรคเบาหวาน โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังอีกโรคหนึ่ง เสี่ยงทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาต ภาวะไตวายได้ 3. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ ซึ่งอาจจะไม่มีอาการเตือนมาก่อน พอมีอาการอาจทำให้มีอาการรุนแรง เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ 4. โรคหลอดเลือดสมอง ถือว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของคนไทย โดยมักจะพบในกลุ่มคนอายุมากกว่า 45 ปี และมักมีโรคร่วม เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน โลหิตสูง 5. ไขมันในเลือดสูง พฤติกรรมการสูบบุหรี่จัด อาการที่ต้องสังเกต เช่น แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก…
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
โรคหัวใจ หรือ Heart Disease หมายถึง โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนของหัวใจที่ต่างกัน ทำให้โรคหัวใจมีอาการต่างกันไปในแต่ละชนิด ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มอาการที่ค่อนข้างกว้างและทุกคนรู้จักกันดี แต่บางสิ่งที่ก็อาจจะมีหลาย ๆ คนไม่รู้คือเจ้าโรคร้ายแรงชนิดนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานโยเกิร์ต ตัวช่วยที่มีภาพจำว่ามีคุณสมบัติแค่ช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น ฉะนั้นเพื่อไขข้อสงสัยให้กับทุกคนว่าโยเกิร์ตสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้จริงไหม และช่วยได้อย่างไร Butterfly มีคำตอบมาฝาก แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับโรคหัวใจกันก่อน
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
โรคเบาหวาน อีกหนึ่งภาวะของความผิดปกติของร่างกายที่คนไทยรู้จักกันดี เนื่องด้วยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาวะชนิดนี้เกิดขึ้นกับคนไทยอยู่มากโดยเฉพาะในช่วงคนวัย 30 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตามแม้จะไม่ได้มีความน่ากลัวเท่ากับโรคร้ายแรงอื่น ๆ ในช่วงแรก แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจจนอาการหนักขึ้น ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือการป้องกัน โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำ เพื่อไม่ให้สะสมในกระแสเลือด ซึ่งนอกจากอาหารแล้วก็ยังมีเครื่องดื่มที่ผู้ป่วยควรเลือกรับประทานด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ “นม” ที่มีหลายชนิด แต่ชนิดไหนบ้างที่เหมาะกับผู้ป่วยและช่วยป้องกันเบาหวานได้ บทความนี้ Butterfly มีคำตอบ
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
ความดันสูง หรือ โรคความดันโลหิตสูง อีกหนึ่งโรคยอดนิยมของคนไทยที่ไม่ด้อยไปกว่าโรคอื่น ๆ สิ่งที่น่ากลัวของโรคนี้ คือ “การไม่แสดงอาการในช่วงแรก” หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าทำไมการไม่แสดงอาการจึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว คำตอบคือ การไม่แสดงอาการผิดสังเกตทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ กว่าจะรู้ตัวก็เกือบสายไปและรักษาได้ยากมากขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม จะดีกว่าไหมหากเราหันมาดูแลตนเองด้วยการรับประทานอาหารที่สามารถต้านภาวะความดันได้ ซึ่งหนึ่งในอาหารที่หลาย ๆ คนอาจไม่เคยนึกถึงนั่นคือ “โยเกิร์ต” นมหมักถ้วยเล็กที่มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาล เพื่อไขความลับว่ามันสามารถต้านภาวะความดันเลือดสูงได้จริงดังกล่าวหรือไม่ Butterfly มีคำตอบมาฝาก
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
ท้องเสีย ระบบขับถ่ายไม่ดี ปัญหาสามัญที่ทุก ๆ คนต้องเคยเจอ และพบได้ในทุกเพศ ทุกวัย อีกด้วย แม้การขับถ่ายจะเป็นเรื่องจำเป็นของการดำรงชีวิต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ปัญหาที่ถ้าหากเกิดอาการเรื้อรัง ก็เสี่ยงทำให้เราเป็นโรคร้ายแรงอยู่ดี อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ภาวะดังกล่าวเกิดขึ้น เราจึงจำเป็นต้องเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับลำไส้ของเราให้ดีมากขึ้น หนึ่งในอาหารดังกล่าวคือ “โยเกิร์ต” นั่นเอง ซึ่งแม้จะมีภาพจำที่ช่วยให้ขับถ่ายง่าย แต่แท้จริงแล้วโยเกิร์ตก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาท้องเสียได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้น Butterfly มีคำตอบ
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
โรคกระดูกพรุน เมื่อพูดถึงโรคนี้หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเป็นโรคของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่แท้จริงไม่ใช่เลย เนื่องด้วยภาวะนี้เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย แม้จะเกิดขึ้นในผู้สูงอายุได้ง่ายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวัยอื่น ๆ จะไม่มีความเสี่ยง
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
มะเร็งลําไส้ ถือเป็นชนิดของมะเร็งที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ โดยในปัจจุบันมะเร็งชนิดนี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวแต่อย่างใด แม้จะไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่ขึ้นชื่อว่ามะเร็งลำไส้ สาเหตุและที่มาก็คงไม่ไกลไปจากอาหารที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
ท้องผูก ท้องผูกถ่ายยาก ทำยังไงก็ไม่ดีขึ้นสักที เชื่อว่าเป็นปัญหาของใครหลาย ๆ คนที่กำลังเผชิญอยู่ เรียกได้ว่าอาการนี้ถือเป็นปัญหาการขับถ่ายอันดับต้น ๆ ที่ทำให้หลายคนต้องทนทุกข์ทรมานในการที่จะเข้าห้องน้ำแต่ละครั้ง อีกทั้งหากทิ้งไว้หลายวันก็ยิ่งทำให้อึดอัด ไม่สบายตัว
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
ไขมันในเลือดสูง แม้จะไม่ได้เป็นภาวะโรคแต่ก็ถือเป็นตัวการสำคัญที่นำสารพัดโรคร้ายมาสู่ร่างกาย ถือเป็นที่รู้จักกันดีกับภาวะนี้เนื่องจากเป็นหนึ่งในหลาย ๆ สาเหตุที่ทำให้คนไทยเกิดโรคร้ายแรงและเรื้อรังเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย นั่นจึงทำให้ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ระมัดระวังและป้องกันตนเองจากภาวะนี้