Category: โยเกิร์ต
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
สำหรับโยเกิร์ตนั้นพวกเราน่าจะคุ้นเคยในการเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนต้องการโปรไบโอติกส์ให้กับร่างกายเพิ่ม แต่ยังมีประโยชน์เพิ่มเติมคือ การมาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ตนั่นเอง ด้วยความที่มีจุลินทรีย์ดีอยู่ ทำให้เมื่อนำมามาร์คหน้า จุลินทรีย์เหล่านั้นสามารถช่วยบำรุงผิว และกำจัดแบคทีเรียต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี รายละเอียดลึก ๆ ของการใช้โยเกิร์ตเพื่อเข้ามาช่วยบำรุงผิวคืออะไรบ้าง เรามาติดตามไปพร้อมกันเลยดีกว่า มาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต ช่วยอะไรได้บ้าง เมื่อคุณอยากแบ่งโยเกิร์ตมามาร์คหน้า ส่วนที่เหลือก็ทานได้ บอกเลยว่าเป็นประโยชน์ที่คุ้มแบบสองต่อ ดังนั้นมาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ตช่วยเรื่องผิวในส่วนไหนให้คุณได้บ้างมาดูกัน ฟื้นฟูผิวแห้งเสีย ถ้าถามว่ามาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต ดีไหม คำตอบคือ เพียงคุณใช้โยเกิร์ตเพื่อมามาร์คหรือพอกหน้า สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็สามารถที่จะทำให้ผิวที่แห้งเสีย กลับมาคืนความชุ่มชื้นกันได้แล้ว แถมยังให้ความรู้สึกที่เรียบ เนียน นุ่ม ได้ทันทีหลังจากมาร์คเสร็จ กระชับรูขุมขน เมืองไทยเมืองร้อนอย่างเรา ทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายคนเจอกับปัญหารูขุมขนกว้าง การมาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ตทุกวันนั้นมีส่วนช่วยได้ในระยะแรก ๆ ที่ต้องการฟื้นฟู แนะนำว่าให้พอกโยเกิร์ตเอาไว้ 15-20 นาทีตามสะดวก จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น ประคบน้ำแข็งสัก 1-3 นาที สามารถช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้างกวนใจได้ ลดต้นเหตุของสิว ใครทีสิวก็ต้องให้จุลินทรีย์ดีจากโยเกิร์ตช่วย โดยถ้าถามว่ามาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ตกี่นาที คำตอบคือ 15-30 นาที แต่เน้นในส่วนของสิวอักเสบมากขึ้น และพอกแบบเต็มเวลาที่ 30 นาทีกันไปเลยมีส่วนช่วยลดการอักเสบได้ดี และเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นประจำยังสามารถลดต้นเหตุของสิวได้อีกด้วย ลดริ้วรอย เพิ่มความอ่อนเยาว์ ในโยเกิร์ตนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ ซึ่งสารตัวนี้เมื่อได้ใช้มาร์คหน้าบ่อย ๆ สามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอย ความเหี่ยวย่นได้ และเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ ก็จะกลายเป็นผิวดีสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นได้ บรรเทาอาการไหม้แดด แดดแรง ๆ มีรังสี UV ทำร้ายผิว แถมยังทำให้เกิดอาการไหม้แดดได้ การใช้โยเกิร์ตพอกหน้ามีส่วนช่วยลดการระคายเคืองจากแดด พร้อมทั้งลดอาการแสบผิวได้เป็นอย่างดี เพียงนำโยเกิร์ต (ใช้แบบแช่เย็นได้) มาพอกบริเวณที่เกิดการไหม้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออก Zinc ในโยเกิร์ตจะทำหน้าที่เติมความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิวที่เสียหายได้ วิธีการมาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต เมื่อรู้กันแล้วว่ามาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ตมีประโยชน์หลายด้านกับผิวหน้า เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องอยากได้วิธีการมาร์คไปใช้กันอย่างแน่นอน ซึ่งวันนี้เราได้รวมเอาสูตรการมาร์คและพอกหน้ายอดนิยมมาฝากคุณกันเรียบร้อย 1. มาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต น้ําผึ้ง มะนาว สูตรนี้ให้คุณใช้โยเกิร์ต ½ ถ้วย น้ำมะนาวสด 1 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ซึ่งสูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน เหมาะมากเป็นพิเศษกับคนที่มีปัญหาสิว ทั้งจุดด่างดำ รอยแผลจากสิว หลุมสิว รอยแดงจากสิว เพราะกรดในมะนาวนั้นจะเข้าไปช่วยฆ่าเชื้อ ส่วนโยเกิร์ตและน้ำผึ้งจะช่วยกันปลอบประโลมผิว ลบเลือนรอยต่าง ๆ 2. มาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต ขมิ้น สูตรนี้ประกอบไปด้วยผงขมิ้น ¼ ช้อนชา อโวคาโบด 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นผสมทุกส่วนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ยิ่งเนียนยิ่งพอกหน้าได้ง่ายมากขึ้น จากนั้นนำไปนวดวนเป็นวงกลมทั่วใบหน้า แล้วพอกทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น โดยสูตรนี้อโวคาโดจะช่วยในเรื่องของริ้วรอย เติมความชุ่มชื้น วิตามินบีและแคลเซียมในโยเกิร์ตจะช่วยลดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว พร้อมทั้งทำให้หน้าเนียนนุ่มมากขึ้น ขมิ้นเองจะทำหน้าที่เหมือนเป็นสครับจากธรรมชาติ ผลัดเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อยากได้ทั้งมาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์จากนมที่มีประโยชน์ต้องที่ Butterfly สำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งนมและโยเกิร์ตนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถหาได้จากธรรมชาติ ซึ่งถ้าได้เจอกับแหล่งผลิตที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วยกระบวนการออร์แกนิค ปลอดสารพิษ และเน้นความเป็นธรรมชาติมากที่สุด บอกเลยว่าดีกับสุขภาพของคุณทั้งภายนอกและภายในอย่างแน่นอน…
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
ระบบขับถ่ายคืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่บ่งบอกถึงสุขภาพองค์รวมที่ดีของคุณ แต่ถ้าคุณมีปัญหาเริ่มการขับถ่าย รู้สึกได้ถึงความไม่สมดุล มีอะไรบ้างที่จะสามารถช่วยคุณได้ในแบบที่เป็นธรรมชาติที่ดี คำตอบคือโพรไบโอติกในโยเกิร์ตนั่นเอง แม้ว่าโพรไบโอติกจะไม่ใช่ทั้งหมดที่ช่วยในเรื่องของขับถ่าย แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่เราทุกคนควรมี และเริ่มได้ง่าย ๆ เพียงทานโยเกิร์ตวันละถ้วย เพราะโยเกิร์ต โพรไบโอติกสูง เรื่องราวของจุลินทรีย์ดีตัวนี้มีอะไรอีกบ้าง ลองมาติดตามไปพร้อมกันเลยดีกว่า โพรไบโอติกในโยเกิร์ตคืออะไร เรามาเริ่มทำความรู้จักโพรไบโอติกในโยเกิร์ตกันก่อนดีกว่า ซึ่งความจริงแล้วโพรไบโอติกก็คือแบคทีเรียที่มีอยู่ในโยเกิร์ตนั่นเอง และยังมีอยู่ในนมเปรี้ยว กิมจิ ขิงดอง มิโสะ เทมเป้ และอีกหลาย ๆ อย่าง แต่ในโยเกิร์ตเลือกทานง่ายที่สุด แล้วประโยชน์ของแบคทีเรียตัวนี้คืออะไรเราลองมาดูกัน กระตุ้นระบบย่อยและระบบขับถ่าย โปรไบโอติก ในโยเกิร์ตมีแลคโตบาซิลลัส จุลินทรีย์ตัวนี้อยู่ในกลุ่มของโพรไบโอติกที่พบได้ตามธรรมชาติบริเวณทางเดินอาหาร การทานเติมเข้าไปช่วยเพิ่มสมดุล ทำให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น และช่วยสร้างเอนไซม์ที่กระตุ้นจากย่อยอาหา ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ลดอาการอักเสบต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ดี โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ต้องเจอกับอาการอักเสบของช่องคลอด และอาการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ และยังมีส่วนช่วยในการยับยั้งจุลินทรีย์ พร้อมทั้งเชื้องอันตรายบางชนิด ช่วยรักษาสมดุล probiotic ในโยเกิร์ตมีส่วนช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกายที่เสียไป ภูมิคุ้มกันที่ช่วยกระตุ้นก็จะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้ง่ายมากขึ้น และเมื่อระบบเหล่านี้สมดุลก็จะส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น พรีไบโอติกและโพรไบโอติกในโยเกิร์ตต่างกันหรือไม่ หลายคนอาจกำลังสงสัยว่าพรีไบโอติกกับโพรไบโอติกในโยเกิร์ตต่างกันหรือไม่ หรือเกี่ยวข้องกันอย่างไร คำตอบที่เข้าใจได้ง่ายที่สุดคือ พรีไบโอติกนั้นเป็นอาหารของโพรไบโอติกนั่นเอง โดยถ้าเสริมพรีไบโอติกเข้าไปก็จะช่วยให้โพรไบโอติกทำงานได้ดีขึ้น คุณสามารถที่จะทานทั้งสองอย่างควบคู่กันได้เลยเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กินโพรไบโอติกในโยเกิร์ตแบบไหนถึงจะได้ประโยชน์ หลังจากที่เริ่มเข้าใจกันแล้วว่าโพรไบโอติกในโยเกิร์ตมีประโยชน์กับร่างกายอย่างไร และมองหาแหล่งของโพรไบโอติกในโยเกิร์ตมีอะไรบ้างเจอแล้ว เราลองมาดูวิธีการทานเพื่อให้เกิดประโยชน์กับร่างกายมากที่สุดกันดีกว่า เลือกทานตอนเช้า ถ้าคุณเลือกทานโยเกิร์ตตอนเช้าจะทำให้ร่างกายนั้นสามารถดูดซึมประโยชน์จากโยเกิร์ตได้อย่างเต็มที่มากที่สุด เลือกทานตอนกลางวัน ใครที่อยากได้จุลินทรีย์ดีเข้ามาช่วยปรับสมดุลของลำไส้ ช่วยให้ลำไส้ทำงานเบาลง แนะนำว่าทานโยเกิร์ตในช่วงเวลานี้เหมาะสมมากที่สุด โดยอาจเพิ่มเติมผลไม้ที่ชอบเข้าไปด้วยยิ่งทำให้ได้ประโยชน์มากขึ้น เลือกทานตอนเย็นหรือค่ำ ถ้าคุณคือคนที่นอนหลับยาก หรือต้องการส่งเสริมสุขภาพการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การทานในช่วงเวลาเย็น ๆ ค่ำ ๆ นั้นมีส่วนช่วยทำให้ง่วงนอน กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แถมยังทานแล้วไม่มีพลังงานเยอะจนทำให้มีผลกับน้ำหนักอีกด้วย เมื่อเลือกช่วงเวลาที่ใช่สำหรับการเติมโพรไบโอติกในโยเกิร์ตให้ตัวเองกันได้แล้วก็ต้องไม่ลืมว่าทานแต่พอดีวันละ 1-2 ถ้วยก็เพียงพอแล้วสำหรับการได้รับประโยชน์ เพราะถ้าทานมากจนเกินไปอาจส่งผลเสียในเรื่องปริมาณน้ำตาลได้ และควรเลือกทานรสธรรมชาติเพื่อประโยชน์กับทั้งร่างกายพร้อมทั้งรูปร่าง รวมโพรไบโอติกในโยเกิร์ตที่น่าสนใจ มาเลือกทานโพรไบโอติกในโยเกิร์ตกันดีกว่า มีตัวเลือกไหนที่น่าสนใจในตอนนี้บ้าง ลองมาเลือกรสที่ชอบ แบบที่ใช่ แล้วไปเติมสุขภาพดีให้กับระบบของร่างกายกันดีกว่า 1. ออร์แกนิคโยเกิร์ต ชนิดคงตัว ออริจินัล โยเกิร์ตแบบคงตัวจาก Butterfly Organic ที่มาพร้อมความเข้มข้น หอมมัน หวานเบา ๆ ไม่มีสารเคมี ใช้น้ำตาลทรายแบบออร์แกนิคในการเพิ่มความกลมกล่อม มีทั้งโพรไบโอติกและจุลินทรีย์มีชีวิตทั้ง Lactobacillus rhamnosus , Lactobacillus delbrueckii subsp, bulgaricus, Streptococcus thermophilus ไม่ปรุงแต่งด้วยสารเคมี ไม่มีการผสมนมผง เรียกว่าเป็นโยเกิร์ตจากธรรมชาติตัวจริง และยังเป็นโยเกิร์ตที่มีโพรไบโอติกสูงตัวหนึ่งอีกด้วย 2. ออร์แกนิคโยเกิร์ต ชนิดคงตัว ผสมเมล็ดเจียออร์แกนิค โยเกิร์ตแบบตงตัวที่ผลิตจากนมออร์แกนิค รสชาติกลมกล่อม หอม ละมุน เพิ่มเติมคุณประโยชน์เหมาะกับคนที่ต้องการคุมน้ำหนัก และช่วยปรับสมดุลลำไส้มากขึ้น ด้วยการเติมเมล็ดเจีย ซึ่งเป็นแหล่งกรดไขมันอย่างโอเมก้า 3 และ 6 มีส่วนช่วยปรับสมดุลการไหลเวียนเลือด บำรุงประสาท ลดคอเลสเตอรอล และมีไฟเบอร์สูง 3. ออร์แกนิคโยเกิร์ต ชนิดคงตัว ไม่หวาน สำหรับคนที่อยากลดหวานเลี่ยงน้ำตาล และอยากควบคุมการทานมากเป็นพิเศษขอแนะนำเลยว่าไม่ควรพลาดโยเกิร์ตออร์แกนิคตัวนี้ ที่ผลิตขึ้นมาเป็นสูตรแบบไม่หวาน ไม่ปรุงแต่ง ไม่ผสมนมผง ทำให้คุณสามารถทมานได้อย่างสบายใจมากขึ้น มีประโยชน์ด้วยโพรไบโอติกเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือให้คุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น 4. โพร พลัส โยเกิร์ตพร้อมดื่ม ผสมผงเคล…
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
โรคหัวใจ หรือ Heart Disease หมายถึง โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนของหัวใจที่ต่างกัน ทำให้โรคหัวใจมีอาการต่างกันไปในแต่ละชนิด ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มอาการที่ค่อนข้างกว้างและทุกคนรู้จักกันดี แต่บางสิ่งที่ก็อาจจะมีหลาย ๆ คนไม่รู้คือเจ้าโรคร้ายแรงชนิดนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานโยเกิร์ต ตัวช่วยที่มีภาพจำว่ามีคุณสมบัติแค่ช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น ฉะนั้นเพื่อไขข้อสงสัยให้กับทุกคนว่าโยเกิร์ตสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้จริงไหม และช่วยได้อย่างไร Butterfly มีคำตอบมาฝาก แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับโรคหัวใจกันก่อน
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
ความดันสูง หรือ โรคความดันโลหิตสูง อีกหนึ่งโรคยอดนิยมของคนไทยที่ไม่ด้อยไปกว่าโรคอื่น ๆ สิ่งที่น่ากลัวของโรคนี้ คือ “การไม่แสดงอาการในช่วงแรก” หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าทำไมการไม่แสดงอาการจึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว คำตอบคือ การไม่แสดงอาการผิดสังเกตทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ กว่าจะรู้ตัวก็เกือบสายไปและรักษาได้ยากมากขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม จะดีกว่าไหมหากเราหันมาดูแลตนเองด้วยการรับประทานอาหารที่สามารถต้านภาวะความดันได้ ซึ่งหนึ่งในอาหารที่หลาย ๆ คนอาจไม่เคยนึกถึงนั่นคือ “โยเกิร์ต” นมหมักถ้วยเล็กที่มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาล เพื่อไขความลับว่ามันสามารถต้านภาวะความดันเลือดสูงได้จริงดังกล่าวหรือไม่ Butterfly มีคำตอบมาฝาก
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
อาหารลดความอ้วน ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อนึกถึงคำคำนี้ สิ่งแรก ๆ ที่จะเข้ามาในความคิดของเรามักจะเป็น “โยเกิร์ต” เจ้านมหมักสีขาวที่เรามักจะได้ยินกิตติศัพท์ของมันว่าด้วยเรื่องของการเป็นตัวช่วยของการขับถ่ายและการปรับสมดุลของลำไส้สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย และยังถือเป็นเมนูที่คนรักสุขภาพมักเลือกรับประทานด้วยเช่นเดียวกัน
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
อาการโรคซึมเศร้า เป็นอีกหนึ่งโรคที่ร้ายแรงและหนึ่งในโรคที่คนไทยในยุคปัจจุบันเป็นกันมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ภาวะทางอารมณ์ของหลาย ๆ คนเปลี่ยนไป เพราะได้รับผลกระทบต่าง ๆ จากการแพร่ระบาด ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็มีโอกาสเป็นภาวะนี้ได้ทั้งสิ้น
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
plain yogurt คืออะไร แตกต่างจากโยเกิร์ตอื่น ๆ หรือไม่ คงเป็นคำถามที่หลาย ๆ คนสงสัย เพราะแม้จะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุก ๆ คนจะรู้จักชนิดของโยเกิร์ตทั้งหมด โดยเฉพาะ Plain Yogurt ที่อาจไม่ได้เป็นชื่อที่ทุกคนคุ้นหูนัก อย่างไรก็ตาม เจ้าโยเกิร์ตชนิดนี้ แท้จริงแล้วอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่เราคิด ซึ่งจะมีข้อมูลอย่างไรบ้าง Butterfly Organic มีคำตอบ
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
โยเกิร์ตไขมันต่ำนั้น ถือเป็นชนิดของโยเกิร์ตที่ได้รับความนิยมในหมู่คนที่กำลังลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีปริมาณไขมันและน้ำตาลที่ต่ำกว่าสูตรทั่ว ๆ ไป ก่อนหน้านี้หลาย ๆ คนอาจคิดว่าโยเกิร์ตทุก ๆ ชนิดสามารถรับประทานได้หมด หากอยากลดน้ำหนักเมื่อไหร่ก็สามารถเลือกสูตรไหนมารับประทานก็ได้ ซึ่งถือเป็นความเชื่อที่ผิดถนัด เพราะความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
โยเกิร์ตกี่แคล? แม้จะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมากมาย แต่แน่นอนว่าคำถามนี้จะต้องเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาเสมอในเวลาที่ผู้บริโภคกำลังจะเลือกซื้อ เนื่องจากโยเกิร์ตนั้นมีหลายประเภท ซึ่งส่งผลให้ค่าพลังงานของโยเกิร์ตเหล่านี้แตกต่างกันออกไปด้วยนั่นเอง ดังนั้น ในบทความนี้ Butterfly Organic จึงนำข้อมูลและค่าพลังงานของโยเกิร์ตแต่ละชนิดมาฝากกัน
- ใช้เวลาอ่านประมาณ: 2 นาที
- โพสต์เมื่อ
โยเกิร์ตจากพืชเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วง 2-3 ปีให้หลังจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 เนื่องจากผู้บริโภคหลาย ๆ คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกันอาจยังมีหลาย ๆ คนที่ยังไม่รู้จักว่าเจ้าโยเกิร์ตชนิดนี้คืออะไร และมีคุณประโยชน์สู้โยเกิร์ตจากนมวัวได้หรือไม่ ในบทความนี้ Butterfly Organic มีคำตอบ