Category: เรื่องน่ารู้

อินทผาลัมเป็นผลไม้ที่มีทั้งประโยชน์และความอร่อยควบคู่กัน แต่เดิมนั้นอินทผาลัมเป็นผลไม้ต่างประเทศแต่ปัจจุบันก็มีการปลูกในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ด้วยประโยชน์ของอินทผาลัมที่ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ บำรุงร่างกาย และยังมีรสหอมหวาน ราคาไม่แพง ผลอินทผาลัมจึงกลายเป็นอีกหนึ่งผลไม้เพื่อสุขภาพที่ผู้คนมากมายเลือกรับประทานกัน แล้วประโยชน์อินทผาลัมมีอะไรบ้าง อินทผาลัมกินยังไง ไม่ควรกินเกินวันละกี่ผล วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกัน ผลไม้อินทผาลัม คืออะไร มีต้นกำเนิดมาจากที่ใด ใครที่มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติคงเคยสงสัยกันว่า Dates คือผลไม้อะไรทำไมชาวต่างชาติถึงชอบทานกัน Date Palm หรือ Dates ก็คืออินทผาลัมซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับต้นปาล์ม มีต้นกำเนิดจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแถบแอฟริกาเหนือ ผลไม้อินทผาลัมมีอยู่หลายสายพันธุ์ มีหลายสี และยังมีหลายชื่อเรียก ทั้งชื่ออินทผาลัมแบบที่คนไทยรู้จัก สำหรับประเทศในแถบตะวันตกจะเรียกว่า Date Palm หรือ Dates ทางอาหรับจะเรียกว่าตัมร ส่วนทางมลายูจะเรียกว่ากุรหม่า คนส่วนมากจะคุ้นเคยกับผลอินทผาลัมสีเหลืองแต่ก็มีสายพันธุ์ที่เป็นสีอื่นด้วย เช่น สีส้ม หรือสีแดง โดยทั่วไปอินทผาลัมจะเติบโตได้ดีในเขตที่มีสภาพอากาศแห้งแล้งอย่างเช่นทะเลทราย ประเทศที่ผลิตและส่งออกผลอินทผาลัมเยอะที่สุดจึงเป็นซาอุดิอาราเบีย ทุกวันนี้อินทผาลัมเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดจนหลายประเทศนำเข้ามาปลูกตามๆ กัน ประเทศไทยของเราก็เป็นอีกประเทศที่นำเข้าอินทผาลัมมาเพื่อการเพาะพันธุ์ และมีสวนอินทผาลัมในประเทศอยู่หลายแห่งด้วยเช่นกัน อินทผาลัมสดประโยชน์และโทษมีอะไรบ้างที่ควรต้องรู้ก่อนรับประทาน อินทผาลัมสด ประโยชน์และโทษก็มีหลายอย่าง ถ้ากินให้ดีก็เป็นยา แต่ถ้ากินผิดวิธีก็อาจทำให้ป่วยได้เหมือนกัน ประโยชน์ของอินทผาลัม ประโยชน์ของอินทผาลัมก็มีสูงไม่แพ้ผลไม้ยอดนิยมอื่นๆ สำหรับประโยชน์อินทผาลัมหลักๆ จะมี ดังนี้ 1.1 ช่วยในการลดน้ำหนัก        ผลอินทผาลัมมีไฟเบอร์สูง ระบบการย่อยอาหารจึงทำงานได้เต็มที่ ทานแล้วอิ่มท้อง ไม่หิวง่าย มีสารอาหารที่ช่วยปรับการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ ระบบขับถ่ายจึงทำงานได้ดีตามไปด้วย ส่งผลให้น้ำหนักลดง่ายขึ้น แต่อินทผาลัมก็มีน้ำตาลสูง อินทผาลัม 1 เม็ด แคลอรี่สูง 23 กรัม มีน้ำตาล 5 กรัม ถ้าทานมากไปหรือเลือกผลที่หวานจัดก็อาจทำให้อ้วนขึ้นได้เช่นกัน 1.2  ช่วยในการป้องกันโรค       ไม่ว่าจะเป็นผลอินทผาลัมสดหรืออินทผาลัมอบแห้ง สรรพคุณในการป้องกันโรคก็มีเหมือนกัน จากงานวิจัยที่เคยให้ผู้ป่วยเบาหวานทานอินทผาลัมพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้น และยังช่วยบำรุงตับอ่อนได้ แต่ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม จากงานวิจัยอีกชิ้นยังพบว่าในผลอินทผาลัมมีสารที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อมดลูก สำหรับสตรีตั้งควรรภ์จะช่วยให้มดลูกบีบตัวได้ดีขึ้น ลดการเสียเลือดในช่องคลอดได้  1.3 ช่วยบำรุงร่างกาย        รสหวานและกลิ่นของผลอินทผาลัมช่วยให้ร่างกายสดชื่น น้ำตาลภายในอินทผาลัมก็จะช่วยให้ร่างกายมีเรี่ยวแรง คลายความเหนื่อยล้า เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า สำหรับมารดาที่ให้นมบุตร อินทผาลัมก็ยังช่วยทั้งการเพิ่มน้ำนม ลดความเครียด ลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด น้ำนมจะมีปริมาณมากขึ้นและยังได้สารอาหารเพิ่มขึ้นอีกด้วย โทษของอินทผาลัม แม้อินทผาลัม สรรพคุณจะมีสูง แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้วก็อาจเป็นโทษได้เช่นกัน เพราะในผลอินทผาลัมมีปริมาณโพแทสเซียมสูง ในเคสของผู้ที่มีปัญหาในการขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายก็อาจเป็นอันตรายได้ ใครที่สงสัยว่าโรคไตกินอินทผาลัมได้ไหมต้องบอกเลยว่าไม่ควรเป็นอย่างยิ่งเพราะทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมเกิน รวมถึงในผู้ป่วยเบาหวานก็อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ด้วย สารอาหารของผลไม้อินทผาลัมที่หลายคนยังไม่เคยรู้ อินทผาลัม 1 ผลนับว่ามีปริมาณไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ ไม่มีกลูเตน โซเดียมน้อย ไฟเบอร์สูง มีวิตามินหลายชนิดทั้ง วิตามินเอ, วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามินบี 6, วิตามินเค มีเบต้าแคโรทีน, ลูทีน และซีแซนทีนสูง สำหรับสารอาหารอื่นภายในอินทผาลัม 1 ผลก็ยังมีทั้งโปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, โซเดียม, โพแทสเซียม, แม็กนีเซียม, เหล็ก, โฟเล็ต, น้ำตาล และผลอินทผาลัมขนาด 8 กรัมยังมีแคลอรี่แค่ 23 เท่านั้น อินทผาลัมกินยังไงให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ใครที่ยังไม่เคยลองและสงสัยว่าอินทผาลัมกินยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด โดยทั่วไปแล้วอินทผาลัมสามารถกินได้ทั้งผลสุกและผลดิบ ในผลดิบจะมีความหวานน้อยกว่า มีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่า สามารถกินได้มากกว่าผลสุก ส่วนผลสุกจะมีรสชาติหวานมาก มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้านำผลสุกไปตากแห้งหรืออบแห้งจะสามารถเก็บไว้ได้นานนับปี ส่วนข้อสงสัยว่าอินทผาลัมกินวันละกี่เม็ดถึงจะดี ปกติแล้วไม่ควรกินเกิน 5-10 เม็ดต่อวันทั้งผลสดและผลแห้งอินทผาลัมยังสามารถนำมาแปรรูปในแบบอื่นๆ ได้…
เชื่อได้เลยว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จัก ขนมอิสลาม ซึ่งเป็นขนมทานเล่นของชาวมุสลิมที่มีความน่าสนใจทั้งเรื่องของ รูป รส สัมผัส อีกทั้ง ขนมมุสลิมหลายอย่างจะมีรสชาติเข้มข้น หอมหวาน บางอย่างก็มีถั่ว มีน้ำผึ้ง หรือมีกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ ทำให้รสชาติแตกต่างจากขนมทั่วไป วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับขนมมุสลิมลิมหรือขนมฮาลาลเพื่อให้ผู้คนทั้งหลายได้รู้จักเมนูอร่อยๆ ของชาวมุสสลิมมากขึ้น และยังได้รู้เรื่องราวของขนมเหล่านี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม เช็กลิสต์ 5 ขนมมุสลิม ที่น่าสนใจ ว่ามีอะไรบ้าง? 1. ขนมรายอ เป็นขนมที่ชาวมุสลิมนิยมกันเป็นอย่างมาก โดยจะมีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า กูเวรายอ เป็นขนมที่ทานเล่นได้ทั่วไป สามารถทานได้ทุกเวลา เช่น คุกกี้ ขนมกรุบกรอบต่างๆ และยังใช้ในการรับรองแขกที่มาเยี่ยมเยือนในพื้นที่ ใช้แจกจ่ายสำหรับประเพณีในวันฮารีรายอของชาวไทยมุสลิมได้ด้วย  2. ขนมลาดู ขนมที่มีชื่อว่า ลาดู คือ ขนมหวานลูกกลม ๆ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย นิยมมากในกลุ่มชาวมุสลิมและฮินดู โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น ฮารีรายอ หรือช่วงงานมงคล ลาดูคือขนมพื้นบ้านที่เป็นได้ทั้งอาหารและยาในคราเดียวกัน ด้วยรสชาติที่อร่อยและมีประโยชน์ เหมาะสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร ช่วยบำรุงเลือด ช่วยเพิ่มน้ำนม ทำให้ร่างกายกระชับได้เร็วขึ้นจึงถือว่าลาดูเป็นขนมยอดนิยมของสตรีชาวมุสลิมเลยก็ว่าได้ 3. ขนมดอกไม้ แค่ชื่อก็บอกเลยว่าน่าทานมากๆ ยังไม่รวมถึงหน้าตาและรสชาติที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน ขนมดอกไม้ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ตือปงบูงอ” เป็นขนมท้องถิ่นที่นิยมรับประทานในช่วงเดือนบวช สามารถทำเองหรือหาซื้อได้ง่ายในเดือนบวช ขนมดอกไม้เป็นขนมที่จะต้องรับประทานกับน้ำจิ้มหวาน เพื่อเพิ่มความอร่อยสดชื่น ถือว่าเป็นขนมยอดนิยมที่น่าสนใจไม่น้อยเลย 4. ขนมกอเละเลอเมาะ กอเละซามา ขนมกอเละเลอเมาะ กอเละซามา เป็นขนมของชาวมลายูมุสลิมภาคใต้ พบมากในพื้นที่ยะลา ปัตตานี นราธิวาส โดยจะทำกันในช่วง เทศกาลรายอ หรือในงานมงคล เช่น งานแต่ง งานทำบุญ แม้ชื่อขนมอาจจะยาวไปหน่อย แต่สำหรับกอเละเลอเมาะ กอเละซามา ถือว่าเป็นขนมที่มีรสอร่อยไม่แพ้ขนมชนิดอื่นเลยก็ว่าได้ นอกจากจะนิยมรับประทานขนมชนิดนี้ในช่วงถือศีลอดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็เหมาะที่จะรับประทานขนมชนิดนี้ได้เช่นกัน ด้วยรสอร่อยที่ถูกใจหลายคน ไม่เพียงแค่ชาวมุสลิมเท่านั้น เรามั่นใจได้เลยว่าใครได้ลองทานจะต้องชอบและหาซื้อมาทานอีกแน่นอน 5. ขนมซามาซารี ขนมซามาซารีเป็นของหวานเดือนรอมฎอน บอกได้เลยว่าน่ากินมาก แค่เห็นหน้าตาก็อาจทำให้ใครหลาย ๆ คนที่ไม่ใช่มุสลิมต้องอยากที่จะลองกินอย่างแน่นอน ซามาซารีเป็นขนมที่มีมาตั้งแต่โบราณ มักจะกินในช่วงเทศกาลถือศีลอด ความเป็นมาของขนมเราอาจจะไม่พูดถึง แต่ในเรื่องของรสชาติ หากไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ โดยจะมีรสหวานมัน ชื่นใจ แค่ได้รับประทานขนมชนิดนี้เข้าไปก็สามารถคลายความอ่อนเพลียจากการบวชได้ตลอดทั้งวันแล้ว ชาวมุสลิมทานโยเกิร์ตได้หรือไม่ หาคำตอบได้ที่นี่? ชาวมุสลิมสามารถทานโยเกิร์ตได้ หากโยเกิร์ตนั้นเป็นโยเกิร์ตฮาลาล (ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม) โดยทั่วไปแล้วโยเกิร์ตถือเป็นอาหารที่ฮาลาลอยู่แล้ว ถ้าไม่มีส่วนผสมหรือกระบวนการที่หะรอม (ต้องห้าม) โดยวิธีเลือกโยเกิร์ตที่มุสลิมสามารถทานได้จะมีดังนี้ มองหาฉลาก “ฮาลาล” บนบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบส่วนผสม หากมีเจลาติน ควรดูว่าระบุชนิดหรือแหล่งที่มาหรือไม่ เลือกยี่ห้อที่มีมาตรฐานฮาลาลจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น ฮาลาลของ CICOT (ประเทศไทย) แนะนำโยเกิร์ต Butterfly สำหรับชาวมุสลิม หากคุณกำลังมองหาโยเกิร์ตที่ชาวมุสลิมสามารถทานได้ เราขอแนะนำเมนูเปิดตัวใหม่ โยเกิร์ตมะเดื่อฝรั่งผสมอิทผาลัมจาก Butterfly  โยเกิร์ตฟิกผสมอินทผลัม สรรพคุณในการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ มีไฟเบอร์สูงช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถย่อยอาหารได้ปกติ ป้องกันอาการท้องอืด ท้องผูก และ Butterfly ยังมีเมนูโยเกิร์ตที่มีประโยชน์มากมาย มีเมนูอีกหลายอย่างให้ได้ลิ้มลอง รับประกันความอร่อยถูกใจในทุกช่วงเดือนบวช หากใครสนใจสั่งสินค้าหรือดูสินค้าเพิ่มเติมก็สามารถติดตามผ่านไลน์ได้ที่นี่  คำถามที่พบบ่อย ของหวานเดือนรอมฎอนทานตอนไหน ขนมหวานที่สามารถทานได้ในเทศกาล เดือนรอมฎอน (เดือนถือศีลอด) รับประทานตอนค่ำของการแก้บวช  ซูยีของหวานอิสลาม…
วันนี้เราจะมาอธิบายให้คุณเข้าใจว่า HACCP คืออะไรอย่างง่ายดายมากขึ้น เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากในเรื่องของการผลิตอาหารและยา ดังนั้นทั้งผู้ผลิต เจ้าของธุรกิจ รวมไปถึงลูกค้าเอง ก็ต้องไม่พลาดที่จะทำความรู้จัก พร้อมทั้งมองหามาตรฐานนี้ มารับรองความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่คุณควรได้รับจากสินค้าที่คุณทำการบริโภค
นอกจากมื้ออาหารที่คุณจะสามารถกินเจ พร้อมกับเติมประโยชน์ให้กับร่างกายได้แล้ว เครื่องดื่มเจก็เป็นอีกประเภทที่สามารถทำให้การกินเจของคุณนั้นสนุกมากขึ้น ใครอยากรู้ว่าเครื่องดื่มเจ มีอะไรบ้าง และอยากได้สูตรเครื่องดื่มสุดอร่อยไปทำกันเองที่บ้าน เพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกใจมากที่สุด วันนี้เรามีสูตรเครื่องดื่มยอดนิยมมาฝากกัน รับรองว่าอร่อยทุกมื้อ ได้ประโยชน์ทุกแก้วอย่างแน่นอน เครื่องดื่ม เจต้องเป็นแบบไหนถึงจะไม่หลุดเจ เรามาดูกันว่าเครื่องดื่มเจ มีอะไรบ้าง เลือกหยิบมาดื่มแบบไหนไม่ทำให้หลุดเจ เพราะบางครั้งเครื่องดื่มเป็นตัวการทำให้หลายคนเผลอไป เพราะคิดว่าไม่มีเนื้อสัตว์ ดังนั้นเรามาปรับมุมมอง โฟกัสเฉพาะเครื่องดื่มที่เหมาะกับเทศกาลถือศีลกินเจกันดีกว่า นมจากพืช สำหรับนมที่ผลิตมาจากพืช หรือเป็นพวกเครื่องดื่มธัญพืชนั้นเหมาะที่สุดกับเทศกาลนี้ เพราะทั้งอร่อย ได้ประโยชน์ เป็นตัวช่วยรองท้องให้คุณมีพลังงานเพียงพอ พกง่าย หยิบขึ้นมาดื่มได้สะดวก แถมในตอนนี้มาพร้อมตัวเลือกที่หลากหลาย เทรนด์ในปีนี้ที่นิยมกันมากที่สุดต้องยกให้ นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง นมโอ๊ต นมข้าวโพด น้ำลูกเดือย น้ำข้าวกล้อง บอกเลยว่าเครื่องดื่มเหล่านี้ดื่มแล้วอร่อยจนลืมว่ากินเจอยู่ แถมถ้านอกเหนือจากช่วงเจจะดื่มต่อก็ได้ประโยชน์ จนยกให้เป็นเครื่องดื่มคู่ใจกันได้เลย น้ำหวาน สำหรับใครที่ต้องการเติมน้ำตาลให้ร่างกายน้ำหวาน และพวกน้ำอัดลมก็สามารถดื่มได้ แต่แนะนำให้ดื่มแต่พอดี เพราะเครื่องดื่มนี้ถึงแม้จะไม่ผิดศีลเรื่องการกินเจ แต่ก็ไม่ดีกับสุขภาพเมื่อดื่มมากจนเกินไป น้ำผักผลไม้ เพียงแค่คุณเลี่ยงน้ำผักผลไม้ที่มีผักต้องห้าม 5 อย่าง และลดการเลือกดื่มน้ำผักผลไม้ที่ทำจากผักผลไม้กลิ่นฉุนก็ถือว่าสามารถใช้เป็นเครื่องดื่มเจกันได้แล้ว แถมยังเป็นเครื่องดื่มเจในเซเว่นที่หาง่ายอีกด้วย แนะนำบทความเกี่ยวกับการทานเจ จาก Butterfly แนะนำ 10 นมเจ อร่อยด้วยได้บุญด้วย มีนมแบบไหนบ้างเช็กที่นี่เลย เปิดลิสต์ข้อควรรู้ กินเจ กินอะไรได้บ้าง รู้ก่อนทานเจ เพื่อให้ได้บุญที่แท้ทรู รวม 10 สูตร เครื่องดื่มเจ มีอะไรบ้าง ที่ทั้งได้บุญ และได้ประโยชน์ หลังจากได้รู้กันแล้วว่าประเภทของเครื่องดื่มเจ มีอะไรบ้าง ก็ถึงเวลามาเพิ่มความอร่อย ประโยชน์ และความหลากหลาย แปลกใหม่ให้กับเมนูเครื่องดื่มของคุณกันแล้ว วันนี้เราเตรียม 10 สูตรเด็ดที่ให้คุณนำมามิกซ์จนกลายเป็นเมนูเครื่องดื่มเจสุดฟินกันที่นี่เรียบร้อยแล้ว 1. นมอัลมอนด์  คุณสามารถทำนมอัลมอนด์ดื่มเองได้ง่าย ๆ เพียงเตรียมอัลมอนด์ น้ำร้อนจัด (สำหรับแช่อัลมอนด์) น้ำสะอาด น้ำตาลทราย จากนั้นทำการแช่อัลมอนด์ในน้ำร้อนทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง นำไปปั่น กับน้ำสะอาด จากนั้นนำไปกรองเพื่อเอาแค่นมออกมา แล้วตั้งไฟต้มกับน้ำตาล เมื่อทุกอย่างเข้ากันก็สามารถดื่มได้เลย แต่ถ้าต้องการความง่ายและเร็วกว่านั้น แนะนำว่านมอัลมอนด์จาก Butterfly ช่วยคุณได้ เพราะผลิตแบบออร์แกนิค มีให้เลือกหลายสูตร เหมาะกับช่วงเจ และยังเหมาะกับการดื่มเพื่ออร่อยได้ประโยชน์ในทุกช่วง 2. น้ำเต้าหู้ เครื่องดื่มยอดนิยมของเทศกาลกินเจ ทำเองง่าย ๆ ด้วยการเตรียม ถั่วเหลือง ถั่วลิสง อัลมอนด์ น้ำเปล่า และน้ำตาล จากนั้นนำถั่วทุกชนิดมาผสมกัน แช่ไว้ 8 ชั่วโมง นำไปปั่นกับน้ำเปล่า จากนั้นนำมากรอง บีบเฉพาะน้ำใส่หม้อ นำตั้งไฟจนเดือด ตักใส่แก้วแล้วเติมความหวานได้ตามชอบ 3. น้ำเต้าหู้งาดำ มาเพิ่มคุณประโยชน์ให้เครื่องดื่มเจแก้วนี้ด้วยงาดำกัน ให้คุณเตรียมถั่วเหลือง งาดำ น้ำอุ่น และน้ำตาลทราย จากนั้นล้างถั่วเหลือง นำไปคั่วจนแห้งและหอม จากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง ล้างงาดำและคั่ว นำถั่วเหลืองที่นิ่มแล้วมาปั่นกับงาดำและน้ำอุ่น กรองเอาแค่น้ำ ต้มจนเดือด จากนั้นก็ดื่มได้ เติมน้ำตาลได้ตามความชอบ 4. น้ำลูกเดือย หนึ่งในวัตถุดิบเจยอดนิยม นำมาทำเป็นเครื่องดื่มกันดีกว่า เพียงเตรียม ลูกเดือยแห้ง ธัญพืชตามชอบ เช่น…
ใครกำลังสนใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านสินค้าออร์แกนิค บทความของเราจะมาอธิบายให้เข้าใจว่าแท้จริงแล้ว สินค้าออร์แกนิคคืออะไร ผ่านนิยามที่ถูกต้องของผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคของไทย ซึ่งสาย healthy ต้องรู้ว่าผลิตภัณฑ์สินค้าออร์แกนิค มีอะไรบ้าง เนื่องจากสินค้าออร์แกนิคของไทยเติบโตด้วยวิธีที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม เราจึงจะมาบอกรายละเอียดว่าสินค้าออร์แกนิค ขายส่งมีวิถีการผลิต ปลูก แปรรูปอย่างไร และต้องมีมาตรฐานรับรองใดบ้าง ด้วยปัจจุบันสินค้าออร์แกนิค เกษตรให้ความสำคัญกับสุขภาพของดิน ความหลากหลายทางชีวภาพ และสวัสดิภาพสัตว์ กระแสความนิยมจึงเกิดแฟรนไชส์สินค้าออร์แกนิคมากขึ้น ดังนั้นผู้คนที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจะต้องทำความเข้าใจประเด็นดังกล่าวนี้ ท้ายบทความเราจึงจะมาตอบคำถามที่พบบ่อยออร์แกนิค เขียนยังไง ออร์แกนิค คืออะไร เพราะเราเชื่อว่าผู้คนหันมาสนใจความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และการพิจารณาด้านจริยธรรมมากขึ้น นิยามที่ถูกต้องของสินค้าออร์แกนิค คืออะไร ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคของไทยคือสินค้า เช่น อาหาร สิ่งทอ หรือเครื่องสำอาง ซึ่งปลูก ผลิต หรือแปรรูปโดยไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ ยาฆ่าแมลง สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) หรือสารเติมแต่งเทียม โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการปลูกฝังให้ใช้แนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และสวัสดิภาพสัตว์ สาย healthy ต้องรู้! ประเภทของผลิตภัณฑ์สินค้าออร์แกนิค มีอะไรบ้าง แน่นอนว่าผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพอาจสนใจสินค้าออร์แกนิคของไทยประเภทต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง 1. อาหารออร์แกนิก ได้แก่ ผลไม้ ผัก ธัญพืช ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และอื่น ๆ ซึ่งปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ ยาฆ่าแมลง และ GMOs 2. เครื่องดื่มออร์แกนิก เช่น กาแฟ ชา และน้ำผลไม้ออร์แกนิก ผลิตโดยใช้วิธีการที่หลีกเลี่ยงสารปรุงแต่งและยาฆ่าแมลง 3. ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลออร์แกนิก  รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง และเครื่องใช้ในห้องน้ำที่ทำจากส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยปราศจากสารเคมีที่รุนแรง 4. เสื้อผ้าและสิ่งทอออร์แกนิก  ผลิตจากเส้นใยที่ปลูกแบบออร์แกนิก เช่น ฝ้าย ปราศจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสีย้อม 5. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบออร์แกนิก อุปกรณ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งคิดค้นขึ้นโดยปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตราย 6. อาหารเสริมออร์แกนิก วิตามิน แร่ธาตุ และอาหารเสริมสมุนไพรที่มาจากแหล่งออร์แกนิก 7. ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กออร์แกนิก ผ้าอ้อม เสื้อผ้า อาหาร และสิ่งของอื่น ๆ ที่ออกแบบโดยเน้นวัสดุจากธรรมชาติและใช้สารเคมีน้อยที่สุด 8. อาหารสัตว์เลี้ยงออร์แกนิก อาหารสัตว์เลี้ยงที่ทำจากส่วนผสมออร์แกนิก โดยมักหลีกเลี่ยงสารกันบูดและสารเติมแต่งเทียม 9. อุปกรณ์ทำสวนออร์แกนิก รวมถึงเมล็ดพันธุ์ออร์แกนิก สารปรับปรุงดิน และยาฆ่าแมลงที่ได้รับการรับรองให้ทำเกษตรอินทรีย์ 10. ของใช้ในครัวเรือนออร์แกนิก สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผลิตขึ้นอย่างยั่งยืนสำหรับบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์และเครื่องนอน สินค้าออร์แกนิค ขายส่งมีวิถีการผลิต ปลูก แปรรูปอย่างไร และต้องมีมาตรฐานรับรองใดบ้าง แฟรนไชส์สินค้าออร์แกนิค ผู้จำหน่ายสินค้าออร์แกนิค ขายส่งที่ผลิต ปลูก และแปรรูปสินค้าออร์แกนิค เกษตรปฏิบัติตามแนวทางเฉพาะ เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานการรับรองออร์แกนิก  ภาพรวมของกระบวนการ 1. แนวทางปฏิบัติด้านเกษตรอินทรีย์ ผู้ค้าส่งปฏิบัติตามวิธีการทำเกษตรอินทรีย์ หลีกเลี่ยงสารเคมีสังเคราะห์ ยาฆ่าแมลง และ GMOs พวกเขาให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์ของดินผ่านการปฏิบัติ เช่น การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชคลุมดิน และการทำปุ๋ยหมัก เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ 2. การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ ผู้ค้าส่งออร์แกนิกใช้เมล็ดพันธุ์ออร์แกนิกและไม่ใช่จีเอ็มโอในการปลูกพืชของตน ห้ามใช้เมล็ดพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรม 3. การจัดการศัตรูพืชและโรค วิธีการควบคุมศัตรูพืชตามธรรมชาติ…
บทความของเราจะมาเจาะลึกไขความลับของอาหารออร์แกนิก เผยให้ทุกคนรู้จักเกี่ยวกับธุรกิจ อาหารออร์แกนิค ซึ่งคนรักสุขภาพต้องทราบว่าอาหารออร์แกนิค คืออะไร และเหตุผลที่ทำให้เราควรเลือกบริโภคอาหารออร์แกนิค มีอะไรบ้าง เพราะสินค้า อาหารออร์แกนิคอาจมีประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งมักไม่มีใครสังเกตเห็น เราจึงจะมาอธิบายว่าอาหารออร์แกนิค ประโยชน์ที่สำคัญต่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง นอกเหนือจากความน่าดึงดูดใจในฐานะตัวเลือกอาหารออร์แกนิคสำเร็จรูปที่ดีต่อสุขภาพ และสุดท้ายเราจึงจะมาตอบคำถามที่พบบ่อย ออร์แกนิคดีต่อสุขภาพอย่างไร อาหารออร์แกนิค ราคาเท่าไร เพื่อให้ทุกคนทราบว่าอาหารออร์แกนิกยังมีข้อดีมากมาย ที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน ท้ายที่สุดแล้วการตัดสินใจเลือกบริโภคอาหารออร์แกนิกขึ้นอยู่กับความชอบ ค่านิยม และลำดับความสำคัญของแต่ละบุคคล คนรักสุขภาพต้องทราบ! อาหารออร์แกนิค คืออะไร  หากถามว่าอาหารออร์แกนิคคืออะไร ต้องอธิบายว่าอาหารออร์แกนิค คือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีการเพาะปลูกและแปรรูป โดยไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืชสังเคราะห์ ปุ๋ย สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) หรือสารปรุงแต่งอื่น ๆ อาหารเหล่านี้ปลูกตามแนวทางเกษตรอินทรีย์เฉพาะที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของดิน ความหลากหลายทางชีวภาพ และความยั่งยืน การปราศจากสารเคมีสังเคราะห์และการยึดมั่นในวิธีการเพาะปลูกตามธรรมชาติ ส่งผลทำให้อาหารออร์แกนิกเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้รักสุขภาพ เนื่องจากเล็งเห็นถึงประโยชน์ต่อทั้งความเป็นอยู่ส่วนตัวและสิ่งแวดล้อม เหตุผลที่ทำให้เราควรเลือกบริโภคอาหารออร์แกนิค มีอะไรบ้าง การเลือกบริโภคสินค้า อาหารออร์แกนิคมีเหตุผลที่น่าสนใจหลายประการ 1. ลดการสัมผัสสารเคมี อาหารออร์แกนิกปลูกโดยไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยสังเคราะห์ ซึ่งอาจนำไปสู่การลดระดับของสารเคมีตกค้างในอาหารของคุณ และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น 2. คุณค่าทางโภชนาการ การศึกษาบางชิ้นแนะนำว่าผลิตผลออร์แกนิกอาจมีสารอาหารบางอย่าง เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระในระดับที่สูงกว่า เนื่องจากเน้นเรื่องสุขภาพของดินและการทำเกษตรธรรมชาติ 3. ไม่มี GMOs อาหารออร์แกนิกไม่ใช่ GMO ซึ่งหมายความว่าอาหารเหล่านี้ไม่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งเป็นข้อกังวลสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ดัดแปลงพันธุกรรม 4. การสนับสนุนเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน การทำเกษตรอินทรีย์ส่งเสริมสุขภาพดินที่ดียิ่งขึ้น การอนุรักษ์น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ เอื้อต่อความยั่งยืนในระยะยาวของระบบนิเวศการเกษตร 5. ดีต่อสิ่งแวดล้อม วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ช่วยลดการพังทลายของดิน มลพิษทางน้ำ และการทำลายที่อยู่อาศัย ซึ่งส่งผลให้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลง 6. สวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้น การเลี้ยงสัตว์แบบออร์แกนิก โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้น ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงพื้นที่กลางแจ้งและอาหารออร์แกนิก 7. ไม่มีฮอร์โมนสังเคราะห์หรือยาปฏิชีวนะ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ออร์แกนิกมาจากสัตว์ที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนสังเคราะห์ หรือยาปฏิชีวนะ 8. รสชาติ หลายคนพบว่าอาหารออร์แกนิกมีรสชาติเข้มข้นและเป็นธรรมชาติมากกว่า เนื่องจากดินที่ดีต่อสุขภาพและการทำฟาร์ม 9. การสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่น การทำเกษตรอินทรีย์มักเน้นการผลิตในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค สนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่น และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการขนส่ง 10. สุขภาพส่วนบุคคล ในขณะที่การวิจัยยังดำเนินอยู่ การเลือกอาหารออร์แกนิกอาจช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นโดยลดการสัมผัสกับสารเคมีที่อาจเป็นอันตราย อาหารออร์แกนิค ประโยชน์ที่สำคัญต่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง ประโยชน์ด้านสุขภาพที่สำคัญของการบริโภคอาหารออร์แกนิคสำเร็จรูป ได้แก่  1. ลดการสัมผัสสารกำจัดศัตรูพืช  อาหารออร์แกนิกมีระดับสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างต่ำกว่า ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสารกำจัดศัตรูพืช 2. ปริมาณสารอาหาร  การศึกษาบางชิ้นแนะนำว่าผลิตผลออร์แกนิกอาจมีสารอาหารบางชนิด เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุในปริมาณที่สูงกว่า 3. ไม่มี GMOs  อาหารออร์แกนิกไม่ใช่ GMO จึงช่วยขจัดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม 4. ลดปริมาณการใช้ยาปฏิชีวนะและฮอร์โมน  ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ออร์แกนิกมาจากสัตว์ที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนสังเคราะห์หรือยาปฏิชีวนะ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น 5. การลดสารก่อภูมิแพ้ที่อาจเกิดขึ้น  อาหารออร์แกนิกอาจมีสารก่อภูมิแพ้น้อยกว่าเนื่องจากไม่มีสารปรุงแต่งสังเคราะห์ 6. สารอาหารที่ดีขึ้น  การทำเกษตรอินทรีย์มักเน้นไปที่สุขภาพของดิน ซึ่งจะทำให้ดินมีคุณภาพดีขึ้น และมีโอกาสดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 7. ลดความเสี่ยงของการดื้อยาปฏิชีวนะ  การใช้ยายาปฏิชีวนะอย่างจำกัดในการเลี้ยงสัตว์อินทรีย์ อาจส่งผลให้การดื้อยาปฏิชีวนะในมนุษย์ลดลง 8. สุขภาพโดยรวมและอายุยืน  ในขณะที่การวิจัยยังดำเนินอยู่ การบริโภคอาหารออร์แกนิกอาจช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้นและลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง สิ่งสำคัญคือต้องเลือกรับประทานอาหารออร์แกนิกอย่างรอบรู้ตามค่านิยมส่วนบุคคลและพิจารณาเลือกซื้ออาหารออร์แกนิคจากแหล่งที่เชื่ถือได้ด้านสุขภาพอย่าง Butterfly Organic เรามีผลิตภัณฑ์แนะนำนมเพื่อสุขภาพอย่างนมอัลมอนด์ นมถั่วโยเกิร์ต โยเกิร์ตชนิดคงตัว   ออร์แกนิก, โพรพลัส โปรไบโอติก…
รีวิว 5 ไฮไลท์ ข้าวโอ๊ตยี่ห้อไหนดี เป็นแบรนด์ดังที่คนรักสุขภาพควรพิจารณา โดยบทความของเราจะแนะนำว่า 5 ข้าวโอ๊ตลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี เหมาะสำหรับคนกำลังลดน้ำหนักเป็นการชี้เป้าว่าข้าวโอ๊ตยี่ห้อไหนดีที่สุด ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ส่วนผสมออร์แกนิก และตอบโจทย์ความชอบด้านอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวโอ๊ต ญี่ปุ่น ข้าวโอ๊ตคีโต อีกทั้งเรายังบอกทริคในการเลือกซื้อยี่ห้อข้าวโอ๊ตที่อร่อยดี มีประโยชน์ อย่างไรก็ตามไม่ว่าเลือกทานข้าวโอ๊ต ยี่ห้อใด มีข้อควรระมัดระวังในการรับประทานที่ควรรู้ บทความของเราจะมาบอกรายละเอียดประเด็นนี้ และสุดท้ายจึงจะมาตอบคำถามที่พบบ่อยข้าวโอ๊ตแบบไหนดี ข้าวโอ๊ตดีไหม เพื่อเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ที่ต้องการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยคุณค่าทางโภชนาการ แนะนำ 5 ข้าวโอ๊ตยี่ห้อไหนดีที่สุด สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก นี่คือบทสรุปว่าข้าวโอ๊ตยี่ห้อไหนดีที่สุด เป็นแบรนด์ที่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก 1. Bob’s Red Mill นำเสนอข้าวโอ๊ตบดละเอียดที่อุดมด้วยไฟเบอร์ ช่วยให้อิ่มนานและควบคุมน้ำหนัก 2.  Nature’s Path มีตัวเลือกข้าวโอ๊ตออร์แกนิกที่ไม่มีสารปรุงแต่ง ทำให้ง่ายต่อการควบคุมปริมาณน้ำตาล ในขณะที่ได้รับประโยชน์จากคุณค่าทางโภชนาการของข้าวโอ๊ต 3.  Quaker Oats (ข้าวโอ๊ตแบบเก่า) เลือกข้าวโอ๊ตธรรมดา เพื่อหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาล ข้าวโอ๊ตเหล่านี้มีประโยชน์หลากหลายและสามารถปรับแต่งได้ด้วยรสชาติที่ดีต่อสุขภาพ 4. SlimOats แบรนด์ข้าวโอ๊ต ญี่ปุ่นที่ปรับแต่งมา สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการลดน้ำหนัก ด้วยรสชาติที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เช่น ชาเขียวมัทฉะและส้มยูซุ SlimOats ผสมผสานกลเม็ดเด็ดในการทำอาหาร 5. Kitchfix แบรนด์ข้าวโอ๊ตคีโตให้คาร์โบไฮเดรตต่ำและไฟเบอร์สูง ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของคีโตเจนิก โดดเด่นด้วยส่วนผสมที่มีคุณภาพ ท็อปปิ้งที่ปรับแต่งได้  สำหรับการลดน้ำหนักที่ประสบความสำเร็จ การควบคุมสัดส่วนและการเติมสารอาหารให้กับข้าวโอ๊ตของคุณเป็นสิ่งสำคัญ ทริคในการเลือกซื้อยี่ห้อข้าวโอ๊ต อร่อยดี มีประโยชน์ หากต้องการเลือกข้าวโอ๊ตยี่ห้อไหนอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ให้ทำตามคำแนะนำเหล่านี้ 1. ตรวจสอบส่วนผสมของข้าวโอ๊ตทั้งเมล็ดและหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือสารเติมแต่งเทียม 2. เลือกตัวเลือกธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวโอ๊ตตัดเหล็กหรือข้าวโอ๊ตรีด เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ 3. พิจารณาปริมาณสารอาหาร เช่น วิตามินและแร่ธาตุที่เพิ่มเข้ามา 4. เลือกข้าวโอ๊ตที่มีปริมาณเส้นใยสูง เพื่อการย่อยอาหารที่ดีขึ้นและความอิ่ม 5. หลีกเลี่ยงข้าวโอ๊ตที่มีน้ำตาลมากเกินไป ไปหาพันธุ์ที่ไม่หวานหรือหวานน้อยที่สุด 6. เลือกข้าวโอ๊ตธรรมดา สำหรับปรับแต่งด้วยรสชาติและท็อปปิ้งที่คุณต้องการ 7. หากจำเป็น ให้มองหาตัวเลือกที่ปราศจากกลูเตน เพื่อรองรับข้อจำกัดด้านอาหาร 8. อ่านบทวิจารณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรสชาติและคุณภาพจากผู้บริโภครายอื่น 9. พิจารณาความชอบของคุณ ข้าวโอ๊ตที่ต้องใช้การเคี้ยวหรือข้าวโอ๊ตรีดที่นุ่มนวลกว่า 10. ลองแบรนด์ใหม่ในปริมาณเล็กน้อยก่อนซื้อจำนวนมาก เพื่อให้แน่ใจว่าคุณชอบ เมื่อใช้หลักเกณฑ์เหล่านี้ คุณสามารถเลือกแบรนด์ข้าวโอ๊ตที่สอดคล้องกับรสนิยมและเป้าหมายด้านสุขภาพของคุณได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าเลือกทานข้าวโอ๊ต ยี่ห้อใด มีข้อควรระมัดระวังในการรับประทานที่ควรรู้! เมื่อบริโภคข้าวโอ๊ตไม่ว่าเป็นข้าวโอ๊ต ยี่ห้อใด สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงข้อควรระวังเหล่านี้ 1. การควบคุมสัดส่วน คำนึงถึงปริมาณข้าวโอ๊ตชง เพื่อหลีกเลี่ยงปริมาณแคลอรีที่มากเกินไป 2. น้ำตาลที่เติม  ตรวจสอบน้ำตาลที่เพิ่มในข้าวโอ๊ตปรุงรส 3. ความไวต่อกลูเตน เลือกข้าวโอ๊ตบดปราศจากกลูเตนที่ผ่านการรับรองหากคุณมีความไวหรือแพ้กลูเตน 4. การแพ้ถั่ว ตรวจสอบฉลากส่วนผสม เพื่อหาปริมาณถั่วหากคุณมีอาการแพ้ 5. อาหารที่สมดุล รวมอาหารที่หลากหลายควบคู่ไปกับข้าวโอ๊ต 6. ท็อปปิ้งและส่วนเสริม ตรวจสอบขนาดของท็อปปิ้ง เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการที่สมดุล อาทิ โยเกิร์ตธัญพืช 7. ความไวในการย่อยอาหาร  ค่อย ๆ ทานข้าวโอ๊ตหากคุณยังใหม่กับอาหารที่มีเส้นใยสูง 8. การปนเปื้อนข้ามสารก่อภูมิแพ้  ระวังการปนเปื้อนข้ามสารก่อภูมิแพ้ที่อาจเกิดขึ้น 9. การเติมน้ำ  ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้าวโอ๊ตชงได้รับน้ำเพียงพอ เนื่องจากข้าวโอ๊ตมีไฟเบอร์สูง 10….
นอกจากการดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย เตรียมสิ่งแวดล้อมของการนอนให้ดี เรื่องของอาหารการกินก็มีส่วนช่วยในเรื่องของการนอนหลับได้เช่นกัน แต่นอนหลับยาก กินอะไรดีน่าจะเป็นคำถามที่หลายคนตามหาคำตอบกันอยู่ วันนี้เราเตรียมของกินที่ทั้งหาง่าย กินแล้วมีประโยชน์กับร่างกาย และการนอนมาฝากคุณกันเรียบร้อยแล้ว หลับยากกินอะไรดีบ้างมาดูกัน ถึงเวลามาตามหาคำตอบกันแล้วว่านอนหลับยาก กินอะไรดี ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าเราคัดสรรแต่ของกินที่หาง่าย เน้นความสะดวก เพื่อให้ทุกคนสามารถหามากินกันได้อย่างง่ายดาย กินอะไรถึงจะนอนหลับสนิทมาดูกันเลย ลูกเดือย หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าลูกเดือยจะมาเป็นคำตอบของคำถามกินอะไรถึงจะนอนหลับดี เพราะในลูกเดือยนั้นมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของเมลาโทนินให้ออกมาได้มากขึ้น เมื่อมีเมลาโทนินเยอะก็จะทำให้หลับสบายมากขึ้นตาม ทำให้น้ำลูกเดือยกลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกของอาการนอนไม่หลับ ผลิตภัณฑ์จากนม เรื่องราวที่คุ้นเคยกันดี แต่อาจยังไม่รู้ว่าทำไมผลิตภัณฑ์จากนมถึงตอบคำถามกินอะไรช่วยให้นอนหลับง่ายได้ดี เหตุผลง่าย ๆ เลยคือในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มีสารอย่างสารทริปโตเฟนที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ ต้องเลือกเติมเข้าไปในร่างกายเท่านั้นอยู่ เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกายแล้วจะกระตุ้นทั้งเซโรโทนิน และเมลาโทนิน ส่งผลให้สามารถผ่อนคลาย ลดการตื่นตัว และนอนหลับได้ดีขึ้น กีวี่ ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานที่มีขนาดกำลังพอดีคำช่วยส่งเสริมสุขภาพการนอนของคุณได้ แถมยังแคลอรีต่ำ คุณค่าทางอาหารสูง วิตามินเยอะ แนะนำเลยว่าให้เลือกกินกีวี่ก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถช่วยทำให้นอนง่ายขึ้น หลับสนิทมากขึ้นอีกด้วย อัลมอนด์ อยากจะเลือกกินเป็นถั่วอัลมอนด์ที่เคี้ยวเพลิน หรือจะเลือกเป็นนมอัลมอนด์เพื่อความอร่อยก็สามารถเลือกมาเสริมการนอนหลับได้ตามที่ต้องการ เพราะในอัลมอนด์นั้นมีแมกนีเซียมที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้ออยู่ เมื่อกล้ามเนื้อผ่อนคลายร่างกายก็พร้อมที่จะพักผ่อน แถมเวลานอนยังทำให้ร่างกายได้เผาผลาญ ไปพร้อมกับเสริมการทำงานของสมองอีกด้วย ชาคาโมมายล์ ชาตัวนี้ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องการตอบคำถามนอนหลับยาก กินอะไรดี เพราะมาพร้ิอมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ช่วยผ่อนคลาย เหมาะกับการดื่มก่อนนอน ช่วยทำให้หลับง่าย นอนสบาย หลับสนิท แถมยังดีกับระบบย่อย ไปพร้อมกับการต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย แหล่งสารอาหารที่ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ นอกจากการตามหาว่านอนหลับยาก กินอะไรดีแล้ว คุณจะสามารถเจอกับของกินที่ช่วยส่งเสริมการนอนหลับได้มากขึ้นถ้าคุณรู้จักกับสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการนอน สารเหล่านี้มาจากธรรมชาติ กินแล้วดีกับสุขภาพในระยะยาวอย่างแน่นอน มีอะไรบ้างมาดูกันเลย กรดอะมิโน สำหรับกรดอะมิโนที่ช่วยในการนอนหลับควรมาจาก แอลทริปโตเฟน กับสารกาบา ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทส่วนกลาง ช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับได้ดี เจอในข้าวไม่ขัดสี เผือก มัน งา สาหร่ายทะเล และนม เมลาโทนิน ชื่อสารที่คุ้นเคยกันดีสำหรับคนที่ต้องการนอนหลับ ตัวนี้เป็นฮอร์โมนสำคัญที่มักจะเจอในปลา ไข่ เชอร์รี่ และถั่ว เมื่อมีเมลาโทนินเพียงพอก็จะสามารถช่วยผ่อนคลาย ลดการตื่นตัว ทำให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้น แมกนีเซียม ตัวนี้คือแร่ธาตุที่จะเข้ามาช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เจอในพวกผักใบเขียว ถั่ว ซึ่งทานเป็นมื้อเย็นก็ดีกับระบบย่อยอีกด้วย เพราะไม่ทำให้กระเพาะต้องย่อยของหนักมากจนเกินไป แถมยังช่วยส่งเสริมการนอนไปพร้อมกัน วิตามินบี ตัวนี้ช่วยสังเคราะห์เซโรโทนินได้ดี ทำให้ผ่อนคลาย หลับได้สนิทมากขึ้น เน้นเลือกเป็นข้าวโอ๊ต นมสด กล้วยหอม มารวมตัวกันบอกเลยว่าเป็นตัวช่วยส่งเสริมการนอนที่ดีมาก แถมยังให้ร่างกายได้ประโยชน์อื่น ๆ อีกด้วย ลูกเดือยและนมช่วยอาการนอนไม่หลับจากธรรมชาติ ถ้าคุณยังไม่คุ้นเคยว่าทำไมลูกเดือยกับนมนั้นสามารถเป็นตัวตอบคำถามนอนหลับยาก กินอะไรดีได้ดีที่สุด เรามาเจาะลึกกันดีกว่าว่าทำไมของกินสองอย่างนี้จึงเป็นสิ่งที่คนนอนไม่หลับส่วนใหญ่ไม่ควรพลาด ลูกเดือย เมื่อเลือกกินลูกเดือยไม่ว่าจะเป็นแบบเม็ด หรือแบบน้ำก็สามารถช่วยทำให้คุณนอนหลับสบายมากขึ้น เพราะมีกรดอะมิโน ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งช่วยให้นอนหลับได้ดี พ่วงมาด้วยประโยชน์อย่างอื่นที่ดีกับสุขภาพโดยรวมด้วย เช่น ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ลดอาการท้องผูก เพราะมีใยอาหารสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาเพิ่มความสามารถในการมองเห็นในที่แสงน้อย บำรุงฟันและกระดูก อีกทั้งยังบำรุงเส้นเอ็นและข้อกระดูกด้วย บำรุงผิวเมื่อกินประจำ จะช่วยทำให้ผิวสวยสดใส ผลิตภัณฑ์จากนม สำหรับผลิตภัณฑ์จากนมนั้น ไม่ว่าจะเป็นนมสด โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ที่มาพร้อมรสธรรมชาติเป็นเหมือนภาพจำที่ทุกคนทั่วโลกรู้กันดีอยู่แล้วว่าช่วยส่งเสริมสุขภาพการนอนให้ดีขึ้นได้ เพราะเป็นการเติมกรดอะมิโนที่จำเป็นกับการนอนเข้าไปในร่างกาย แม้ว่าอาจไม่ได้ทำให้ง่วงทันที แต่จะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย และเมื่อจัดสิ่งแวดล้อมในการนอนให้ดี รับรองว่าจะช่วยส่งเสริมกันให้หลับง่ายขึ้น กินอะไรช่วยนอนหลับไว้ใจผลิตภัณฑ์จากนมที่ Butterfly การนอนหลับนั้นถือว่าเป็นวิธีการดูแลสุขภาพอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ เพราะการนอนไม่เพียงพอเพียงหนึ่งวันก็สามารถทำให้ประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตของคุณลดลงแล้ว และยิ่งถ้าปล่อยให้ล่วงเลยไปเรื่อย ๆ อาจส่งผลร้ายแรงที่คาดไม่ถึงได้ ดังนั้นมามองหาตัวเลือกที่ง่ายที่สุดอย่างการดื่มผลิตภัณฑ์จากนม ไม่ว่าจะเป็นนมสดสำหรับเด็ก ๆ…
อาการนอนไม่หลับดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ความเครียด กดดัน พร้อมทั้งความวิตกกังวลที่มากขึ้น ใครที่เจอปัญหานี้อยู่และอยากรีบแก้อาการนอนไม่หลับ ธรรมชาติเพื่อให้เป็นผลดีกับร่างกายในระยะยาว วันนี้เราลองมาเก็บเทคนิคไปใช้กันดีกว่า  วิธีแก้อาการนอนไม่หลับมีอะไรบ้าง ถึงเวลามาเก็บวิธีแก้อาการนอนไม่หลับ ธรรมชาติกันแล้ว ใครที่ยังไม่อยากหันหน้าไปพึ่งยานอนหลับ เรามาพยายามกับตัวเองกันอีกครั้ง เผื่อว่าวิธีเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถกลับมานอนเต็มอิ่ม พักผ่อนเต็มที่ เพื่อพร้อมลุยกับทุกวันมากขึ้น เริ่มจากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวก่อน แม้ว่าอาจไม่ใช่แก้อาการนอนไม่หลับวัยทอง หรือวัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดผลในทันที แต่การเริ่มค่อย ๆ ปรับสิ่งแวดล้อมให้น่านอนมากขึ้นก็มีส่วนช่วยได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะส่วนของเตียงที่ต้องทำความสะอาด เลือกแบบที่นอนสบายไม่ปวดเมื่อย ขจัดฝุ่น เย็นสบาย เวลานอนต้องมืดสนิท ปรับอากาศในแบบที่ชอบ ทั้งหมดเมื่อรวมตัวกันจะช่วยส่งเสริมสุขภาพการนอนได้เป็นอย่างดี เลี่ยงคาเฟอีน เวลา 6 ชั่วโมง ก่อนนอนคือ เวลาที่เครื่องดื่มมีคาเฟอีนแก้วสุดท้ายจะเข้าสู่ร่างกายของคุณ เพื่อป้องกันไม่ให้ฤทธิ์ของมันยังกวนคุณอยู่ในเวลาที่ต้องการพักผ่อน โดยเครื่องดื่มประเภทนี้รวมทั้งชา กาแฟ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต โกโก้ พยายามจัดตารางตื่นและนอน การนอนเวลาเดิม ตื่นเวลาเดิม ทำวันละเล็กละน้อยจะค่อย ๆ ปรับให้การนอนของคุณสมดุลมากขึ้น เพื่อให้คุณนอนหลับได้เพียงพอ ไม่ง่วงระหว่างวันแล้วเผลองีบจนเป็นผลกระทบมาถึงการนอนในเวลากลางคืน เน้นเป็นพิเศษสำหรับการแก้อาการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ เพราะอาจมีช่วงที่ง่วงระหว่างวัน จึงควรจัดตารางการนอนและตื่น พร้อมทำตามอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น เลือกกิจกรรมมากระตุ้นการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่เคยทำแล้วง่วง ลองเอามาทำก่อนนอนกันดู ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรมะ แต่เน้นเลี่ยงการดูโทรทัศน์ และการเล่นสมาร์ทโฟนมากจนเกินไปก่อนนอน เพราะอาจทำให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้นได้ มองหาเครื่องดื่มที่ส่งเสริมการนอน นม โยเกิร์ต นมเปรี้ยว แบบรสธรรมชาติมีส่วนช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย ช่วยเสริมประสิทธิภาพการนอนหลับ ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ทั่วโลกทำตามคนญี่ปุ่น ด้วยการหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้มากินก่อนนอน เพราะมีทริปโตเฟน กรดอะมิโนจำเป็นที่ส่งผลกับการผลิตฮอร์โมน ทั้งหมดสามารถรวมตัวกันเพื่อช่วยเป็นการแก้อาการนอนไม่หลับ ธรรมชาติให้คุณได้เป็นอย่างดี สารอะไรในนมและโยเกิร์ตที่ช่วยแก้ไขอาการนอนไม่หลับ ดูเหมือนว่าการแก้อาการนอนไม่หลับ ธรรมชาติที่ง่ายที่สุดในตอนนี้คือ การมองหานมหรือโยเกิร์ตมากินเพื่อเสริมสุขภาพการนอนหลับ โดยใช้สารจากธรรมชาติ เพื่อช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย แถมยังให้ร่างกายได้ประโยชน์อื่น ๆ ไปใช้ตอนนอน โดยสารในนมตัวนี้คือทริปโตเฟน ซึ่งสำหรับสารตัวนี้หากได้รับจะเป็นการแก้อาการนอนไม่หลับ ธรรมชาติที่ดีที่สุดเลยทีเดียว เพราะทริปโตเฟนนั้นเป็นตัวหลักในการสร้างฮอร์โมนอย่าง เซโรโมนิน และเมลาโทนิน ในส่วนของเซโรโทนินนั้นเป็นสารสื่อประสาทที่คุมฮอร์โมนการนอนหลับ และความสุข ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สงบ ส่วนเมลาโมนินนั้นจะช่วยลดการตื่นตัว ส่งเสริมให้ร่างกายนอนหลับได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเมื่อได้รับทริปโตเฟนจากนมหรือโยเกิร์ตแล้วนั้นจะกลายเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้หลับสบายนั่นเอง ซึ่งสารตัวนี้ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ต้องทานอาหารที่มีเข้าไปเพื่อเสริมเท่านั้น แก้ไขอาการนอนไม่หลับ ธรรมชาติด้วยผลิตภัณฑ์จากนมที่ Butterfly นอกจากการมองหาผลิตภัณฑ์นมและโยเกิร์ตมาเติมเต็มสุขภาพการนอนของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย พร้อมทั้งเลือกแบบที่มาจากธรรมชาติมากที่สุดอย่างการเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคนั่นเอง ทั้งหมดนี้คุณสามารถหาเจอได้ง่าย ๆ ที่ Butterfly เพราะที่นี่ตั้งใจผลิตสินค้าทุกชิ้นด้วยความใส่ใจมากที่สุด เพื่อมอบทั้งสุขภาพที่ดี ไปพร้อมกับความอร่อยให้กับผู้บริโภคทุกคน หากต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือการจัดส่งเพิ่มเติม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ 034 110 496 (สำนักงานใหญ่) หรือที่ LINE : @butterflyorganic และยังสามารถเลือกสินค้าในประเภทต่าง ๆ ของทางบริษัท ได้ที่หน้าเว็บไซต์ของ Butterfly ซึ่งบอกเลยว่าในเว็บไซต์นั้นไม่ได้มีแค่สินค้า แต่มีสาระความรู้ดี ๆ ที่คุณไม่ควรพลาดรอให้คุณได้ใช้ประโยชน์กันอีกด้วย FAQ : รวมคำถามของคนแก้อาการนอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก ทำยังไงให้หลับภายใน1นาที เทคนิคการหายใจแบบ “4-7-8” ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เริ่มจากการนั่งหรือนอนในท่าที่สบาย วางปลายลิ้นไว้ที่เพดานปาก หลังฟันหน้า วางไว้ที่ตรงนี้ตลอด ไล่ลมหายใจออกจากปอดอย่างช้า…
แม้ว่าอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่การกินอาหารแก้เครียดมีส่วนช่วยได้จริง เพราะเมื่อเวลาที่ร่างกายเครียดต่อเนื่องเรื่อย ๆ ตัวต่อมหมวกไตจะใช้วิตามินในร่างกายมากขึ้น และทำให้เริ่มขาดวิตามิน ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และอาจมาถึงขั้นของการนอนไม่หลับ ท้องผูก จนไปถึงเป็นโรคซึมเศร้าได้เลยทีเดียว ดังนั้นการกินอาหารบางอย่างที่มีประโยชน์ วิตามิน แร่ธาตุ หรือสารอาหารที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนที่หายไปนั้นก็เท่ากับเป็นการเติมความสุข เพิ่มอารมณ์ที่ดี ลดความเครียดให้กับคุณไปได้ในตัวนั่นเอง อาหารแก้เครียดมีอะไรบ้าง ใครกำลังเครียด ๆ หรืออยากหาอาหารแก้เครียดไปฝากคนที่คุณรัก เราลองมาดูกันดีกว่าว่า อาหารลดความเครียด คืออะไรบ้างที่ได้รับความนิยม ในแบบที่ไม่ควรพลาดที่จะมีติดบ้านกันเอาไว้ นมและโยเกิร์ต สำหรับผลิตภัณฑ์สองอย่างนี้ไม่ได้พกมาแค่สารอาหารที่จำเป็น และดีกับระบบประสาทของคุณเท่านั้น แต่มาพร้อมกับทริปโตเฟน ที่จะเข้ามาทำให้จิตใจมีความสงบลง ผ่อนคลายมากขึ้น ถือว่าเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยลดความเครียดที่ไม่ควรพลาด ถ้าเป็นไปได้ควรดื่มนมก่อนนอน หรือช่วงเวลาที่สะดวกเพื่อเพิ่มความผ่อนคลาย แค่ถ้าใครแพ้แลคโตสลองเลือกเป็นโยเกิร์ตที่มีแลคโตสน้อยกว่าแทน ก็สามารถช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย และความสงบให้กับคุณได้เช่นกัน กล้วย ผลไม้ที่หาซื้อง่ายตัวนี้กลับมาพร้อมกับความสามารถในการช่วยลดความเครียดให้กับคุณได้เป็นอย่างดี เพราะมีโพแทสเซียม และเกลือแร่อยู่ พร้อมทั้งมีทริปโตเฟน กรดอะมิโน ทั้งหมดช่วยทั้งลดความเครียด เพิ่มความสุข แถมยังช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ใครเครียดอยู่ลองหยิบกล้วยมากินกันสักลูกดีกว่า ปลา ไม่ว่าจะเป็นทูน่า แซลมอน หรือปลาน้ำจืดก็สามารถให้โอเมก้า 3 เพื่อกระตุ้นอะดรีนาลีนให้กับคุณได้เช่นกัน และมีส่วนช่วยป้องกันเรื่องของโรคหัวใจที่อาจเกิดจากความเครียด ไปพร้อมกับเติมวิตามินบี 6 และ 12 ที่ช่วยกระตุ้นสารความสุขให้กับคุณได้อีกด้วย ถั่ว อาหารแก้เครียด ปวดหัวจากภาระงาน การเรียนลองหาอะไรมาเคี้ยวผ่อนคลาย และได้ประโยชน์ไปพร้อมกันอย่างถั่วดีกว่า เพราะมีทั้งวิตามินบี อี แมกนีเซียม พร้อมทั้งสังกะสี ทั้งหมดสามารถช่วยกันลดความเครียดให้กับคุณได้ หรือแม้แต่นมถั่วอย่างนมอัลมอนด์ก็มีส่วนช่วยเรื่องนี้ได้ดีเช่นกัน ดาร์กช็อกโกแลต ตัวช่วยยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ การกินช็อกโกแลตช่วยลดความเครียดให้กับร่างกายของคุณได้เป็นอย่างดี เพราะมีสารอย่าง Flavonols ที่จะทำให้ความดันโลหิตสมดุล ดีกับสมอง เน้นการเลือกดาร์กช็อกโกแลตที่มาพร้อมโกโก้ 70% ขึ้นไปจะดีกับสุขภาพ พร้อมทั้งช่วยลดความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นมและโยเกิร์ตทำไมถึงเหมาะจะเป็นอาหารลดความเครียด เรามาเจาะลึกถึงอาหารแก้เครียดสองตัวหลัก ๆ อย่างนมและโยเกิร์ตกันดีกว่าว่าทำไมถึงเหมาะที่จะใช้เป็นตัวเลือกคลายเครียดให้กับคุณ เผื่อว่าข้อไหนคลิกกับไลฟ์สไตล์จะได้ไม่รอช้ารีบไปหานมและโยเกิร์ตคุณภาพออร์แกนิคมาดูแลตัวเองกันเลย ซื้อได้ง่ายและสะดวก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทั้งนม โยเกิร์ต หรือแม้แต่นมเปรี้ยว นมอัลมอนด์ในตอนนี้เป็นสิ่งที่สามารถหาได้ง่าย แถมยังพกพาสะดวก ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนการหยิบขึ้นมากินก็ดูจะไม่รบกวนเวลาเหมือนกับอาหารลดความเครียดตัวอื่น ๆ ดังนั้นทั้งเช้า สาย เที่ยง บ่าย เย็น หรือแม้แต่ก่อนนอนคุณก็สามารถทานสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสะดวกสบาย คล่องตัว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแน่นอน มีน้ำตาลจากธรรมชาติ เพิ่มความสุข ความหวานทำให้อารมณ์ดี แต่หวานมากไปก็ไม่ดี ต้องหวานจากธรรมชาติแบบพอเหมาะถึงจะช่วยให้ร่างกายได้ประโยชน์ ซึ่งความหวานจากโยเกิร์ตรสธรรมชาตินั้น หรือน้ำตาลจากนมนั้นช่วยคลายเครียดได้ดี แบบที่ไม่ทำร้ายหรือกัดกร่อนฟันเหมือนน้ำตาลทั่วไป ลดอาการของสมองที่ล้า ใครที่ทำงานหนัก เรียนเยอะ แน่นอนว่าสมองย่อมรู้สึกเหนื่อยล้าได้ไม่ต่างจากการออกกำลังกายแบบอื่น ๆ เลยทีเดียว แต่ถ้าเลือกกินโยเกิร์ตมีผลการทดลองออกมาชัดเจนเลยว่าสามารถเชื่อมต่อพื้นที่สีเทาในสมอง และเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้าที่ส่งผลกับเรื่องของความเข้าใจได้ดี ทำให้คุณและสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการกินนมและโยเกิร์ตให้กลายเป็นการกินแก้เครียด สำหรับวิธีการในการกินอาหารแก้เครียดอย่างนมและโยเกิร์ตนั้น มีเทคนิคในเรื่องของเวลา เพื่อให้ได้ประโยชน์ และลดความเครียดได้มากขึ้น แต่จะต้องกินเวลาไหนบ้างมาดูกันเลย ช่วงเวลา 05.00 – 07.00 สำหรับผลิตภัณฑ์นมที่เหมาะกับช่วงเวลานี้คือสิ่งที่มีจุลินทรีย์ เพราะลำไส้ใหญ่ทำงาน จึงควรเลือกเป็นนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตเพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเมื่อร่างกายขับของเสียออกได้ดี ความตึงเครียดก็จะลดลง ช่วงเวลา 07.00 – 09.00 ถ้าใครเน้นกินอาหารเช้าลองเพิ่มนม โยเกิร์ต เข้าไปในมื้ออาหาร เพื่อเป็นการเพิ่มพลังงาน และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะได้ดีอีกด้วย โดยเมื่อสมองและร่างกายรู้สึกมีพลังงาน กระปรี้ประเปร่าก็จะช่วยลดความเครียด เสริมการใช้ชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วงเวลา 09.00 – 12.00 ช่วงเวลาทองของการเป็นอาหารลดความเครียดเลยก็ว่าได้…

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Privacy Policy และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Promotion Line Call